วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2565

ศิลปะของการปล่อยของ The Power of Output

 

ใครที่เคยอ่านหนังสือสนุกๆ ดูหนังแล้วอิน กินอาหารอร่อยๆ ไปเที่ยวสุดมัน หรือเพิ่งทำงานอดิเรกชิ้นยอดเยี่ยมเสร็จ แล้วอยากเล่าให้เพื่อนๆฟัง หรือเก็บบันทึกไว้อ่านภายหลัง แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน อย่างไร ด้วยช่องทางไหน
ขอแนะนำเล่มนี้เลยค่ะ เป็นหนังสือฮาวทูที่ทำได้จริง อธิบายทุกขั้นตอนและวิธีการลงมือทำ เพียงแต่ขอให้เริ่มตั้งปณิธานว่าจะทำทุกวันทำอย่างต่อเนื่อง แล้วคุณก็จะทำสำเร็จ

 

ตัวเองอ่านหนังสือหลายเล่ม เล่มไหนดีก็มักจะเล่าให้น้องสาวฟังแล้วซื้อให้น้องสาวอ่าน แค่นั้น นานไปก็จำอะไรไม่ได้เลย ทั้งที่บางเล่มอ่านสองครั้ง แอบรู้สึกเสียดายเวลาเหมือนกัน แอบคิดว่าทำไมสมองเสื่อมเร็วจัง 555

พอเห็นหน้าปกหนังสือเล่มนี้ ชื่อสะดุดตา ปกสวย ดูเรียบๆ สัมผัสปกน่าจับต้อง ประกอบกับส่วนตัวช่วงนี้ชอบแนวพัฒนาและรู้จักตนเองของฝั่งเกาหลีญี่ปุ่น เลยซื้อมา

ไม่ผิดหวังค่ะ ให้เต็มสิบค่ะ

วิธีการ "ปล่อยของ" หรือก็คือการบอกกล่าวเรื่องที่ได้รับรู้มานั้นไม่มีอะไรซับซ้อน
หลักสำคัญคือ Input - Output - Feedback

- เมื่อมี Input ต้องทำ Output ในอัตราส่วน 3:7 นั่นก็คือรับข้อมูลแล้ว "ปล่อยออก" ให้มากกว่า การได้รับข้อมูลทำให้โลกในสมองเปลี่ยน แต่ในไม่ช้าก็จะลืมข้อมูลทั้งหมด ดังนั้นจึงเป็นได้แค่ตัวเองได้รับความพึงพอใจ แต่ไม่ได้มีการพัฒนาตัวเอง โลกไม่ได้เปลี่ยนแปลง
- ทำทันทีเมื่อได้ข้อมูล ทำเป็นประจำ 3 ครั้งภายใน 2 สัปดาห์
- ทำอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
- ต้องมีการประเมิน อาจจะเป็นตัวเองหรือคนอื่น ไม่ต้องกลัวความล้มเหลว หรือข้อผิดพลาด เพราะการ feedback จะทำให้เราพัฒนา นักเขียนแนะนำให้ทำ Output ลงในโซเชียลเมเดีย เพราะจะได้รับการประเมินและก้าวผ่านความกลัวของตนเอง

วิธีแบ่งปันข้อมูล (Output)
- น่าจะง่ายที่สุด คือการพูด/เล่าให้คนใกล้ตัวฟังก่อน โดยบอกกล่าวถึงความรู้สึกของตัวเอง, สิ่งที่ค้นพบแปลกใหม่ หรือความประทับใจ ต่อไปอาจเล่าให้คนภายนอกทำเป็นพ็อดคาส ยูทูบ ฯลฯ
- เขียน อันนี้ความท้าทายของหลายๆคน ให้เริ่มจากสิ่งง่ายๆ เพื่อความเคยชิน นั่นคือ จดบันทึกเกี่ยวกับน้ำหนัก ความรู้สึกตอนตื่นนอน ต่อมาเป็นการเขียนสรุปลงทวิตเตอร์ซึ่งสั้นๆ แล้วต่อด้วยบล็อก ฯลฯ

นอกจากนี้หนังสือยังพูดถึงวิธีอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการพูด การเขียน อีกมากมาย รวมถึงแนะนำวิธีการรวบรวมไอเดีย วิธีเขียนนำเสนอ จีงอยากแนะนำให้อ่านรายละเอียดในหนังสือค่ะ

หนังสืออ่านง่าย เพราะแบ่งเป็นบทๆละประมาณ 2-3 หน้า มีการ์ตูนประกอบ ส่วนสำคัญก็จะพิมพ์สีแตกต่างจากข้อความทั่วไป ท้ายบทมีสรุป


ไม่มีความคิดเห็น: